(อัปเดต 2026) ปวดหลัง ปวดบ่า เรื้อรัง เกิดจากอะไร รักษายังไงให้หายขาด?
(อัปเดต 2026) ปวดหลังเรื้อรัง สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาแบบครบวงจร: เมื่อไหร่แค่กล้ามเนื้ออักเสบ เมื่อไหร่ควรเฝ้าระวัง
ปวดหลังมาเป็นเดือน กินยา นวดเอง ก็หายแค่ชั่วคราวแล้วกลับมาปวดซ้ำ? คุณอาจกำลังแก้ปัญหาผิดจุดอยู่
อาการ ปวดหลังเรื้อรัง เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยที่สุดในคนวัยทำงาน แต่หลายคนไม่รู้ว่า "ปวดหลัง" ที่ตัวเองเป็นอยู่นั้นมาจากสาเหตุไหนกันแน่ ระหว่างกล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา ท่าทางที่ผิด หรือสัญญาณของโรคที่ซ่อนอยู่ บทความนี้ทีมงาน Take Care Salon of Beauty รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยทางการแพทย์และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดบำบัด มาอธิบายให้เข้าใจง่าย พร้อมวิธีแก้ไขที่ทำได้จริงทั้งแบบดูแลตัวเองที่บ้าน และแบบมืออาชีพที่ร้านนวดสปา
ปวดหลังเรื้อรัง คืออะไร ต่างจากปวดหลังธรรมดาตรงไหน
ทีมวิจัยของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) ให้นิยามอาการปวดหลังเรื้อรัง (Chronic Low Back Pain) ไว้ว่าคือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน และมีอาการปวดในอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของจำนวนวันในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งต่างจากอาการปวดหลังแบบเฉียบพลันที่มักดีขึ้นเองภายในไม่กี่สัปดาห์
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าอาการปวดหลังส่วนล่างเป็นปัญหาระบบกล้ามเนื้อและกระดูกที่พบบ่อยที่สุด โดยพบได้ราว 4-33% ของประชากรในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการสูญเสียปีสุขภาวะจากความพิการทั่วโลก ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์สถิติสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ พบว่าคนทั่วไปมากถึง 80% จะมีอาการปวดหลังอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต และมีแนวโน้มว่าสัดส่วนผู้ป่วยที่อาการกลายเป็นเรื้อรังกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกช่วงวัย
- ปวดหลังเฉียบพลัน: เกิดขึ้นไม่เกิน 4-6 สัปดาห์ มักมาจากการยกของผิดท่าหรือกล้ามเนื้อยึดฉับพลัน และดีขึ้นเองได้เมื่อพักและดูแลถูกวิธี
- ปวดหลังกึ่งเรื้อรัง (Subacute): อาการต่อเนื่อง 6-12 สัปดาห์ เริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
- ปวดหลังเรื้อรัง (Chronic): ปวดต่อเนื่องเกิน 3 เดือนขึ้นไป และปวดเกินครึ่งของจำนวนวันในรอบ 6 เดือน มักต้องอาศัยการดูแลแบบผสมผสานหลายวิธีร่วมกัน
ปวดหลังเรื้อรัง สาเหตุ เกิดจากอะไรได้บ้าง
ก่อนจะเลือกวิธีรักษา สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจก่อนว่าอาการปวดหลังของคุณมาจากสาเหตุไหน เพราะแต่ละสาเหตุต้องการการดูแลที่ต่างกัน

1. กล้ามเนื้ออักเสบและกลุ่มอาการปวดจากจุดกดเจ็บ (Myofascial Pain Syndrome)
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปวดหลังเรื้อรัง กล้ามเนื้ออักเสบ ที่คนวัยทำงานเป็นกัน คลินิกเวชศาสตร์ระบุว่าภาวะนี้เกิดจากการอักเสบในกล้ามเนื้อและพังผืดหุ้มกล้ามเนื้อ จนเกิด "จุดกดเจ็บ" หรือ Trigger Point ซึ่งเป็นก้อนแข็งตึงในมัดกล้ามเนื้อ เมื่อกดลงไปจะรู้สึกปวดร้าวไปยังบริเวณอื่นได้ สาเหตุหลักมาจากการใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆ นานเกินไป การนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน หรือการบาดเจ็บสะสมจากท่าทางที่ไม่ถูกต้อง

2. พฤติกรรมนั่งทำงานนาน ท่าทางผิดสรีระ
งานวิจัยเกี่ยวกับกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อระบุตรงกันว่า การนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทั้งการนั่งหลังค่อม การนั่งไขว่ห้างเป็นประจำ หรือการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่ปรับระดับที่นั่งให้เหมาะสม เป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างและกล้ามเนื้อสะบักทำงานหนักผิดปกติ จนเกิดการหดเกร็งค้างและกลายเป็นจุดกดเจ็บเรื้อรัง

3. หมอนรองกระดูกเสื่อมตามวัยหรือจากการใช้งาน
งานศึกษาด้านกระดูกสันหลังพบว่าสาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างกว่าครึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับพยาธิสภาพของหมอนรองกระดูก โดยเฉพาะภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative Disc Disease) ซึ่งมีลักษณะคือหมอนรองกระดูกสูญเสียน้ำในตัว เสื่อมสภาพของโครงสร้างเนื้อเยื่อ และอาจมีการโป่งพองกดทับเส้นประสาทได้ในระยะยาว ภาวะนี้มักพบมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นและการใช้งานหลังหนักสะสม

4. ความเครียดสะสมและการนอนหลับไม่มีคุณภาพ
หลายคนมองข้ามปัจจัยด้านจิตใจ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกล้ามเนื้อและพังผืดระบุชัดเจนว่าความเครียดทางอารมณ์สามารถแสดงออกมาเป็นความตึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณหลังและบ่าไหล่ได้จริง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบ่า (Trapezius) ซึ่งเป็นจุดที่พบจุดกดเจ็บบ่อยที่สุดจุดหนึ่ง นอกจากนี้การนอนหลับไม่เพียงพอหรือนอนผิดท่ายังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อาการปวดแย่ลงได้เช่นกัน
ปวดหลังเรื้อรัง ไม่หาย สักที ปวดหลังบ่อยๆ เป็นโรคอะไรได้บ้าง
ในกรณีส่วนใหญ่ อาการปวดหลังมักมีสาเหตุจากกล้ามเนื้อและโครงสร้างกระดูกที่ไม่อันตราย แต่ก็มีบางกรณีที่อาการปวดหลังเรื้อรังเป็นสัญญาณของภาวะอื่นที่ควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์
| ลักษณะอาการ | ภาวะที่อาจเกี่ยวข้อง |
|---|---|
| ปวดร้าวลงขา ร่วมกับชาหรืออ่อนแรง | เส้นประสาทถูกกดทับ เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท |
| ปวดแบบตื้อลึกในมัดกล้ามเนื้อ กดแล้วเจ็บเป็นจุด | กลุ่มอาการปวดจากจุดกดเจ็บ (Myofascial Pain Syndrome) |
| ปวดมากขึ้นเมื่อยืนหรือเดินนาน ต้องก้มตัวถึงจะทุเลา | โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ |
| ปวดตอนกลางคืน ปวดขณะนอนราบ ไม่ทุเลาแม้พัก | สัญญาณที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมโดยแพทย์ |
| ปวดร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลียผิดปกติ | ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเชิงลึก |
แล้วปวดหลังเรื้อรังเกี่ยวกับ "มะเร็ง" ไหม?
เป็นคำถามที่หลายคนกังวลเมื่อปวดหลังเรื้อรังไม่หายสักที ข้อมูลทางการแพทย์ระบุตรงกันว่าอาการปวดหลังจากมะเร็งนั้นพบได้น้อยมาก งานทบทวนวรรณกรรมทางการแพทย์ฉบับหนึ่งที่รวบรวมกรณีศึกษาผู้ป่วยปวดหลังพบว่า สัดส่วนของผู้ป่วยปวดหลังที่ตรวจพบว่าเกี่ยวข้องกับมะเร็งอยู่ที่เพียงประมาณ 0.1-1.6% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดจากมะเร็งมักมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป จึงควรสังเกต "สัญญาณเตือน" ต่อไปนี้อย่างใกล้ชิด
- น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ (มากกว่า 10% ของน้ำหนักตัวในไม่กี่เดือน)
- ปวดหลังตอนกลางคืนจนตื่น หรือปวดมากขึ้นเมื่อนอนราบ
- อ่อนเพลียผิดปกติแม้พักผ่อนเพียงพอแล้ว
- มีก้อนเนื้อหรือตุ่มผิดปกติที่คลำเจอและไม่หายไป
- อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะดีขึ้นตามเวลา
- มีประวัติเป็นมะเร็งมาก่อน หรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
- กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ร่วมกับอาการชาที่ขาทั้งสองข้าง (ควรไปห้องฉุกเฉินทันที)
*หากคุณมีอาการเข้าข่ายสัญญาณเตือนข้างต้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดก่อน ไม่ควรวินิจฉัยหรือรักษาด้วยตัวเอง การนวดและการดูแลกล้ามเนื้อในบทความนี้เหมาะสำหรับอาการปวดหลังจากกล้ามเนื้อและท่าทางเป็นหลัก
ปวดหลังเรื้อรัง วิธีรักษา: 10 วิธีดูแลตัวเองที่บ้าน
สำหรับอาการปวดหลังที่มาจากกล้ามเนื้อและท่าทาง การปรับพฤติกรรมประจำวันคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด ลองเช็กดูว่าคุณทำข้อไหนอยู่แล้วบ้าง และข้อไหนที่ยังขาดไป
-
1. ลุกยืดเส้นทุก 45-60 นาทีเมื่อนั่งทำงาน
การนั่งค้างท่าเดิมนานเกินไปคือปัจจัยกระตุ้นหลักของจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อหลัง ตั้งเตือนให้ลุกเดินหรือยืดตัวสั้นๆ ทุกชั่วโมง จะช่วยลดการหดเกร็งสะสมได้มาก -
2. ปรับความสูงเก้าอี้และจอคอมพิวเตอร์ให้ถูกสรีระ
จัดให้ข้อศอกงอ 90 องศา หลังพิงพนักเต็มแผ่น และจอคอมอยู่ระดับสายตา ช่วยลดภาระที่กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างและบ่าต้องแบกรับตลอดวัน -
3. ยืดกล้ามเนื้อหลังและสะโพกเบาๆ ก่อนนอน
ท่ายืดง่ายๆ เช่น ท่าแมว-วัว (Cat-Cow) หรือท่าดึงเข่าเข้าหาอก ช่วยคลายความตึงของกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างที่สะสมมาทั้งวันได้ดี -
4. ประคบร้อนเพื่อคลายกล้ามเนื้อ ประคบเย็นเมื่อมีการอักเสบเฉียบพลัน
ความร้อนช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเรื้อรัง ส่วนความเย็นเหมาะกับช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังบาดเจ็บเฉียบพลันเพื่อลดการอักเสบ -
5. ฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Strengthening)
กล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังส่วนลึกที่แข็งแรงช่วยพยุงกระดูกสันหลัง ลดภาระของกล้ามเนื้อหลังส่วนบนที่มักถูกใช้งานเกินพิกัดจนอักเสบ -
6. เลือกท่านอนที่รองรับแนวกระดูกสันหลัง
สำหรับคนนอนตะแคง ลองหนุนหมอนไว้ระหว่างเข่าเพื่อรักษาแนวสะโพกให้ตรง ส่วนคนนอนหงายอาจรองใต้เข่าเบาๆ เพื่อลดแรงกดที่หลังส่วนล่าง -
7. ยกของด้วยการงอเข่า ไม่ใช่ก้มหลัง
การก้มหลังยกของหนักเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการบาดเจ็บกล้ามเนื้อหลังเฉียบพลัน ควรย่อเข่าลงและใช้กำลังขาในการยกแทน -
8. จัดการความเครียดด้วยการหายใจลึกหรือทำสมาธิสั้นๆ
เนื่องจากความเครียดทางอารมณ์ส่งผลโดยตรงต่อความตึงตัวของกล้ามเนื้อบ่าและหลัง การผ่อนคลายจิตใจจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลกล้ามเนื้อที่มักถูกมองข้าม -
9. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
น้ำหนักตัวที่มากเกินไป โดยเฉพาะรอบเอว เพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลังส่วนล่างและหมอนรองกระดูกโดยตรง -
10. นอนหลับให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
การนอนหลับไม่เพียงพอเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ และอาจทำให้จุดกดเจ็บที่มีอยู่แล้วแย่ลง
*ถ้าปรับพฤติกรรม 10 ข้อนี้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือปวดแบบเรื้อรังจนรบกวนชีวิตประจำวัน นั่นอาจถึงเวลาที่ต้องอาศัยการนวดบำบัดโดยมืออาชีพเข้าช่วย
เมื่อวิธีธรรมชาติไม่พอ: ทางเลือกนวดบำบัดมืออาชีพที่ Take Care
งานทบทวนวรรณกรรมภายใต้ Cochrane Collaboration ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือที่สุด สรุปว่าการนวดบำบัดสามารถลดความเจ็บปวดในผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรังได้ดีกว่าการพักผ่อนเฉยๆ หรือการทำกายภาพบำบัดทั่วไปในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อทำควบคู่กับการออกกำลังกายและปรับพฤติกรรม และผลลัพธ์ที่ดีสามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปีหลังจบการรักษา ที่ Take Care Salon of Beauty เรามีทางเลือกการนวดที่ออกแบบมาให้เหมาะกับอาการปวดหลังแต่ละรูปแบบโดยเฉพาะ
1. นวดกีฬาและนวดหลังแบบมืออาชีพ (Sport & Deep Tissue Massage)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังจากกล้ามเนื้ออักเสบและจุดกดเจ็บโดยเฉพาะ นักบำบัดของเราใช้เทคนิคกดคลึงลึกลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ (Deep Tissue) เพื่อคลายจุดที่หดเกร็งเป็นก้อนแข็ง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในบริเวณที่อักเสบ และลดอาการปวดตึงสะสมจากการนั่งทำงานหรือออกกำลังกายหนัก
เหมาะกับ: คนออฟฟิศที่นั่งนานจนปวดหลังส่วนล่างเป็นประจำ นักกีฬาหรือคนออกกำลังกายที่กล้ามเนื้อล้าและตึงตัวเรื้อรัง
2. นวดฝ่าเท้า บ่า ไหล่ (Foot, Shoulder & Leg Massage)
อาการปวดหลังส่วนบนมักลามมาถึงบ่าและไหล่ เนื่องจากกล้ามเนื้อบ่า (Trapezius) เป็นจุดที่พบจุดกดเจ็บบ่อยที่สุดจุดหนึ่งตามหลักการแพทย์ด้านกล้ามเนื้อและพังผืด บริการนี้เน้นคลายกล้ามเนื้อบ่า ไหล่ และขา ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานเชื่อมโยงกับหลังส่วนบนโดยตรง ช่วยลดอาการปวดร้าวและความล้าสะสมได้อย่างทั่วถึง
3. อบสมุนไพรก่อนนวด (Thai Herbal Steam Therapy)
ความร้อนช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในกล้ามเนื้อที่ตึงตัวเรื้อรัง และทำให้เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อยืดหยุ่นขึ้นก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการนวด การอบสมุนไพรของ Take Care ใช้ตู้อบไม้พร้อมสมุนไพรไทยดั้งเดิม ช่วยเปิดรูขุมขนและคลายกล้ามเนื้อหลังให้พร้อมรับการนวดคลายจุดกดเจ็บอย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
4. นวดน้ำมันอโรมาบำบัด "Rose Your Day" (Aroma Oil Massage)
สำหรับคนที่ปวดหลังจากความเครียดสะสมโดยเฉพาะ โปรแกรมนี้ผสานการนวดผ่อนคลายด้วยน้ำมันหอมระเหยเข้ากับการสครับผิว ช่วยลดความตึงเครียดทางอารมณ์ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหลังและบ่าหดเกร็ง พร้อมบำรุงผิวให้เนียนนุ่มไปพร้อมกัน
Rose Signature




@takecare_beauty ผ่อนคลายจากการตึงเครียดด้วยโปรแกรม Rose your day aroma oil ได้พักร่างกายและคลายตึงในเวลาเดียวกันที่ Take care salon of beauty . #นวดผ่อนคลาย #นวดอโรม่า #takecarebeauty ♬ เสียงต้นฉบับ - Take Care Salon Of Beauty
5. นวดศีรษะสไตล์อินเดีย (Indian Head Massage) สำหรับอาการปวดหลังบนลามคอ-บ่า
สำหรับคนที่ปวดหลังส่วนบนจนลามมาเป็นอาการปวดต้นคอและปวดศีรษะ (Tension Headache) การนวดศีรษะสไตล์อินเดียเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ เพราะเน้นคลายกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหนังศีรษะไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อที่เชื่อมโยงกับจุดกดเจ็บบริเวณหลังส่วนบนโดยตรง
คลายไมเกรน


@takecare_beauty นวดศีรษะสไตล์อินเดียที่ Take care salon of beauty ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนได้ ปล่อยทิ้งความเครียดและความกังวลไว้ที่ห้องนี้ได้เลยค่ะ . #นวดศีรษะ #นวดสไตล์อินเดีย #indianheadmassage #takecarebeauty ♬ เสียงต้นฉบับ - Take Care Salon Of Beauty
ราคานวดสุขุมวิทและตารางราคาโปรแกรมนวดคลายปวดหลังทั้งหมด
สรุปสั้นๆ: ราคานวดที่ Take Care Salon of Beauty เริ่มต้น 400 บาท (นวดเท้า/นวดไหล่ 30 นาที) ไปจนถึง 3,400 บาท (นวดกีฬา Sport Massage 120 นาที) ครอบคลุมทุกสาขาย่านสุขุมวิท ทั้งสุขุมวิท 19 สุขุมวิท 35 และทองหล่อ เหมาะกับผู้ที่กำลังหาที่นวดแก้ปวดหลังย่านสุขุมวิทโดยเฉพาะ ด้านล่างนี้คือตารางราคาเต็มของทุกโปรแกรม เพื่อให้เปรียบเทียบและเลือกโปรแกรมที่ตรงกับอาการปวดหลังของคุณได้ง่ายที่สุด
เหมาะกับอาการปวดหลังจากความเครียดสะสมและกล้ามเนื้อบ่าตึง
| โปรแกรม | ระยะเวลา | ราคา |
|---|---|---|
| Rose Your Day Aroma Oil Massage | 60 นาที | 1,600 บาท |
| Rose Your Day Aroma Oil Massageยอดนิยม | 90 นาที | 2,400 บาท |
| Rose Your Day Aroma Oil Massage | 120 นาที | 3,200 บาท |
ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนนวด
| โปรแกรม | ระยะเวลา | ราคา |
|---|---|---|
| Rose Your Day Honey Almond Scrub | 60 นาที | 1,800 บาท |
| Spa Body Scrub | 60 นาที | 1,800 บาท |
| Herbal Steam (อบสมุนไพร) | 30 นาที | 700 บาท |
รวมโปรแกรมหลายขั้นตอนไว้ในแพ็กเกจเดียว คุ้มกว่าจองแยก
| โปรแกรม | ระยะเวลา | ราคา |
|---|---|---|
| Herbal Steam & Body Scrub | 90 นาที | 2,200 บาท |
| Rose Your Day Body Scrub & Oil Massageยอดนิยม | 120 นาที | 3,200 บาท |
กลุ่มโปรแกรมหลักสำหรับอาการปวดหลังเรื้อรังจากกล้ามเนื้ออักเสบตามที่กล่าวถึงในบทความนี้
| โปรแกรม | ระยะเวลา | ราคา |
|---|---|---|
| Indian Head Massage (นวดศีรษะสไตล์อินเดีย) | 30 นาที | 650 บาท |
| Indian Head Massage (นวดศีรษะสไตล์อินเดีย) | 60 นาที | 1,200 บาท |
| Sport Massage (นวดกีฬา) | 60 นาที | 1,800 บาท |
| Sport Massage (นวดกีฬา)ยอดนิยม | 90 นาที | 2,500 บาท |
| Sport Massage (นวดกีฬา) | 120 นาที | 3,400 บาท |
| Shoulder Massage (นวดไหล่) | 30 นาที | 400 บาท |
| Shoulder Massage (นวดไหล่) | 60 นาที | 700 บาท |
| Foot Massage (นวดฝ่าเท้า) | 30 นาที | 400 บาท |
| Foot Massage (นวดฝ่าเท้า) | 60 นาที | 700 บาท |
บำรุงผิวมือและเท้า เหมาะเป็นโปรแกรมเสริมหลังนวด
| โปรแกรม | ระยะเวลา | ราคา |
|---|---|---|
| Paraffin Hand & Feet (พาราฟินมือและเท้า) | - | 1,200 บาท |
| Paraffin Hand (พาราฟินมือ) | - | 600 บาท |
| Paraffin Feet (พาราฟินเท้า) | - | 700 บาท |
*ราคาข้างต้นเป็นราคามาตรฐานที่ใช้ในทุกสาขา อาจมีการปรับปรุงหรือมีโปรโมชันเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว กรุณาตรวจสอบราคาล่าสุดหรือสอบถามโปรโมชันประจำเดือนผ่านช่องทาง LINE หรือโทรศัพท์ก่อนเข้ารับบริการ
อยากให้นักบำบัดช่วยแนะนำโปรแกรมที่เหมาะกับอาการปวดหลังของคุณโดยเฉพาะ? ทักมาปรึกษาและจองคิวได้เลยที่สาขาใกล้คุณย่านสุขุมวิท
Add LINE จองคิวนวดสุขุมวิทคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการปวดหลังเรื้อรัง
รวมคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจเข้ารับการนวดบำบัด
ดูแลอาการปวดหลังเรื้อรังอย่างตรงจุดที่ Take Care Salon of Beauty
ทุกคนมีสาเหตุของอาการปวดหลังที่แตกต่างกัน การวินิจฉัยเบื้องต้นก่อนเลือกวิธีนวดจึงเป็นกุญแจของผลลัพธ์ที่ดี นักบำบัดของเราพร้อมประเมินอาการและแนะนำโปรแกรมที่เหมาะกับคุณที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนวดกีฬาคลายจุดกดเจ็บ นวดฝ่าเท้าบ่าไหล่ อบสมุนไพร นวดอโรมาบำบัด หรือนวดศีรษะสไตล์อินเดีย ดูรายละเอียดบริการนวดทั้งหมดได้ที่ takecarebeauty.com/massage และ นวดสปาสุขุมวิท
อย่าปล่อยให้อาการปวดหลังเรื้อรังรบกวนชีวิตประจำวันของคุณอีกต่อไป
จองคิวนวดคลายกล้ามเนื้อกับผู้เชี่ยวชาญที่ Take Care Salon of Beauty วันนี้
Add LINE เพื่อจองคิว: Take Care Salon of Beauty
หรือโทรจองคิวหลัก: 02-026-6431
8 สาขาในกรุงเทพฯ ให้เลือกใช้บริการ
| สาขา | เบอร์โทร | แผนที่ |
|---|---|---|
| EmQuartier | 02-475-1500 | ดูแผนที่ |
| Siam Paragon | 02-610-7771 | ดูแผนที่ |
| สุขุมวิท 35 | 02-258-7543 | ดูแผนที่ |
| สุขุมวิท 19 | 02-255-8862 | ดูแผนที่ |
| Silom Complex | 02-231-3391 | ดูแผนที่ |
| Fashion Island | 02-947-5591 | ดูแผนที่ |
| Market Place Thonglor | 02-712-6751 | ดูแผนที่ |
| One Man Club สุขุมวิท 35 (สำหรับผู้ชาย) | 02-034-3267 | ดูแผนที่ |
- NIH Task Force on Research Standards for Chronic Low Back Pain, cited in The Back Pain Consortium (BACPAC) Research Program — ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC10403298
- Back Pain in the United States, NCBI Bookshelf — ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK586768
- World Health Organization, cited in ReActiv8 Clinical Study Protocol — clinicaltrials.gov (NCT02577354)
- Chronic Low Back Pain in Young Adults: Pathophysiological Aspects, medRxiv — medrxiv.org/content/10.1101/2025.05.17.25327838
- Myofascial Pain Syndrome, Cleveland Clinic — my.clevelandclinic.org/health/diseases/12054
- Myofascial Pain Syndrome, Mayo Clinic — mayoclinic.org/myofascial-pain-syndrome
- Etiology of Myofascial Trigger Points, NCBI PMC — ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3440564
- Is Your Upper Back Pain a Sign of Cancer?, Cleveland Clinic — health.clevelandclinic.org/is-upper-back-pain-a-sign-of-cancer
- Diagnostic Utility of Red Flags for Detecting Spinal Malignancies in Patients with Low Back Pain: A Scoping Review, MDPI — mdpi.com/2077-0383/14/20/7174
- Red Flags in Spinal Conditions, Physiopedia — physio-pedia.com/Red_Flags_in_Spinal_Conditions
- Warning Signs (Red Flags) for Specific Spinal Causes of Low Back Pain, Deutsches Ärzteblatt International, NCBI PMC — pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4857557
- Massage for Low-back Pain: A Systematic Review, Cochrane Collaboration Back Review Group, PubMed — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/12221356
- Massage for Low-Back Pain, Cochrane Library (Furlan et al., 2015) — cochranelibrary.com/cdsr/doi/10.1002/14651858.CD001929.pub3
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ หากมีอาการปวดหลังร่วมกับสัญญาณเตือนตามที่ระบุในบทความ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการนวดหรือการรักษาใดๆ



ใส่ความเห็น